10 Slides ที่ควรมีใน Pitch Deck by Guy Kawasaki

Recent Posts

TECHBITE 5.0 เปิดรับสมัครแล้ว! ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธ.ค. 2023

หากคุณคือสตาร์ทอัพที่มุ่งเน้นความยั่งยืนใน Digital Transformation, FMCG และ MedTech นี่คือโอกาสที่คุณจะได้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ระดับ global เพียงเข้าร่วมโครงการบ่มเพาะสตาร์ทอัพอย่าง Techbite 5.0

Read More »
Free Workshop กับกิจกรรม ‘การออกแบบเพื่องานพิมพ์ 3 มิติ ด้วย Autodesk Fusion 360’

ขอเชิญเข้าร่วมกิจกรรมดี ๆ สำหรับคนที่สนใจด้าน 3D Design โดยใช้โปรแกรม Autodesk Fusion 360 เป็นเครื่องมือสำหรับการออกแบบเพื่องานพิมพ์ 3 มิติ ด้วย Autodesk Fusion 360’

Read More »
Facebook
LinkedIn

เป้าหมายของการ Pitch คือการดึงดูดความสนใจของนักลงทุน เพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโตของธุรกิจ ดังนั้น Pitch Deck จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เราจึงนำ ‘10 สไลด์ที่ควรมีใน Pitch Deck ของ Guy Kawasaki’ นักการตลาดและนักลงทุนชื่อดังใน Silicon Valley มาให้ชม

Slide 1: Title

สไลด์แรกมีความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นตัวกำหนดโทนและสิ่งที่ธุรกิจทำทั้งหมด จึงควรเปิดตัวด้วยชื่อผลิตภัณฑ์หรือชื่อบริษัท โลโก้ สโลแกน อาจใส่ Vision ลงในสไลด์นี้ได้ด้วย นอกจากนี้ควรใส่ชื่อของผู้นำเสนอโครงการ ตำแหน่ง ที่อยู่ อีเมลและเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ ซึ่งควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลทั้งหมดได้รับการอัปเดตแล้ว

Slide 2: The problem and opportunity

ทุกธุรกิจถูกสร้างมาเพื่อแก้ปัญหาหรือปรับปรุงชีวิตของลูกค้าไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ใช้สไลด์นี้เพื่อเพื่อเล่าจุดเริ่มต้นของไอเดีย ที่มาที่ไปพร้อมระบุปัญหาที่คุณอยากจะแก้จนเกิดผลิตภัณฑ์นี้ ซึ่งต้องอธิบายให้เห็นภาพอย่างง่าย และชัดเจน ตรงประเด็น

Slide 3: The value proposition

ใช้สไลด์นี้เพื่อบอกนักลงทุนให้ชัดเจนว่า ทำไมเขาถึงควรมาลงทุนกับธุรกิจของคุณ ซึ่งควรอธิบายถึง คุณค่าที่คุณเสนอให้กับลูกค้า ธุรกิจของคุณตอบโจทย์หรือแก้ไขปัญหาอะไรของลูกค้าได้บ้าง? คุณนำเสนอแนวทางการแก้ไขแบบใด? ให้บริการลูกค้าได้อย่างไร?

Slide 4: The underlying magic

อธิบายว่าธุรกิจคุณพิเศษ แตกต่าง หรือมีเอกลักษณ์อย่างไรในตลาด โดยอาจพูดถึงเทคโนยีขั้นสูง สิ่งที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ หรือเทคนิคลึกลับบางอย่างที่ทำใฟ้คุณแตกต่างและโดดเด่น ซึ่งถ้ามี Prototype ที่เคย test แล้วก็ควรนำเสนอออกมาให้เห็นภาพ โดยหลีกเลี่ยงการใช้ข้อความที่มากเกินไปเพราะ “ภาพ 1 ภาพสื่อได้กว่า 1,000 คำ แต่ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 1 ชิ้น สื่อได้มากกว่า 10,000 สไลด์”

Slide 5: Business model

สไลด์ต้องเน้นถึงวิธีการทำงาน ควรอธิบายว่าแผนธุรกิจของคุณ มีวิธีการสร้างรายได้อย่างไร ใครบ้างที่จะเป็นลูกค้าของเรา ใครบ้างที่ตอนนี้เต็มใจที่จะใช้บริการธุรกิจของคุณ ต้องทำให้โมเดลธุรกิจดูย่อยง่ายที่สุด ไม่ซับซ้อน และควรดึงดูดสายตา ง่ายต่อการเข้าใจ

Slide 6: Go to market plan

ใช้สไลด์นี้อธิบายถึงแผนการตลาดกับนักลงทุนให้ชัดเจนว่า คุณวางแผนที่จะดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ ให้รู้จักและเข้ามาใช้บริการธุรกิจของคุณได้อย่างไร อาจแบ่ง Customer Segment ให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น

Slide 7: Competitive Analysis

วิเคราะห์คู่แข่งในตลาด อธิบายภาพคู่แข่งในตลาดให้เห็นภาพชัดที่สุด ว่าในตลาดมีใครเป็นคู่แข่งบ้าง ทำอะไรบ้าง เพื่อให้รู้ว่าเราเข้าใจตลาดขนาดไหน และควรนำเสนอจุดแข็งที่แตกต่างของเรา แทนที่จะบอกข้อเสียของคู่แข่ง

Slide 8: Management team

นักลงทุนที่มีศักยภาพ มักต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับทีมหลักของคุณ ควรอธิบายว่าทีมหลักมีใครบ้าง โดยทำอย่างไรก็ได้ให้ผู้ฟังรู้สึกว่า ต้องเป็นทีมของคุณนี่แหละ ถึงจะแก้ปัญหานี้ได้ โดยพยายามใส่รายละเอียดที่คิดว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องที่คุณจะแก้ และหากยังหาสมาชิกไม่ครบ ควรอธิบายเพิ่มเติม คิดว่ายังขาดตำแหน่งใด และจะหามายังไงในอนาคต

Slide 9 : Financial Projection and Key metric

นักลงทุนจะได้รับอะไร หากพวกเขาลงทุนกับธุรกิจของคุณ? ใช้สไลด์นี้อธิบายถึง โมเดลในการหารายได้ โมเดลในการคืนทุน และการพยากรณ์ยอดขาย โมเดลในการทำกำไร มุ่งเน้นที่การเติบโตที่คาดการณ์จาก Bottom up ขึ้นไป 3-4 ปี โดยสิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลคือ สมมุติฐานในการคาดการณ์ว่ามันมีที่มาที่ไปอย่างไร

Slide 10: Current status, Accomplishments to date, Timeline, and use of funds

ใช้สไลด์นี้เพื่อระบุสถานการณ์ทางธุรกิจในปัจจุบัน เช่น ทำถึงขั้นตอนไหนแล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นหรือเป้าหมายในแต่ละช่วงเวลาเป็นอย่างไร นอกจากนี้ควรอธิบายการวางแผนในการใช้เงิน ถ้าได้เงินลงทุนมาจะเอาเงินไปทำอะไรบ้าง หรือความช่วยเหลือที่ต้องการจากนักลงทุน

10 สไลด์นี้เป็นแค่ไกด์ไลน์สำหรับสตาร์ทอัพที่กำลังจะระดมทุนกับนักลงทุน ที่สำคัญคือสไลด์ข้างต้นสามารถเพิ่มเติมหรือตัดออกได้ ในแบบที่ธุรกิจของตัวเองต้องการนำเสนอให้กับนักลงทุน