Recent Posts

Grow with KX : SIT INNOVENTURE 2026 | จากเวทีนักศึกษา สู่โอกาสเติบโตใน Startup Ecosystem

อาคาร Knowledge Xchange (KX) พื้นที่ที่นักศึกษาจากคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ (SIT) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT) ได้นำ Minimum Viable Product (MVP) และโมเดลธุรกิจดิจิทัลที่ผ่านการทดสอบตลาด มานำเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญในวงการ Startup

Read More »
Grow with KX | SCB x KX เมื่อความไม่แน่นอนของโลก กลายเป็นโอกาสของ Smart Factory ไทย

นี่คือจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่าง KX Knowledge Xchange, ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ที่ร่วมกันผลักดันโครงการ SCB x KX: SME Navigator for Smart Factory เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวและเติบโตได้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ

Read More »
Grow with KX : iCube | จากประสบการณ์ฝึกงาน…สู่ Startup ที่เติบโตจริง

ปัจจุบัน iCube พัฒนาโซลูชันด้าน Manufacturing Data Management Platform (MDMP) และระบบบริหารจัดการข้อมูลสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ ที่ช่วยเชื่อมโยงความหลากหลายของข้อมูล ให้อยู่ในรูปแบบมาตรฐาน วิเคราะห์ และบริหารจัดการข้อมูลโรงงานอุตสาหกรรมแบบครบวงจร เพื่อให้องค์กรสามารถนำข้อมูลมาใช้ในการตัดสินใจ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและขับเคลื่อนโรงงานสู่การเป็น Data-Driven Manufacturing

Read More »
Facebook
LinkedIn

ช่วง Panel Discussion ภายใต้หัวข้อ Opportunities for Investment in Energy Businesses ซึ่งจัดขึ้นในงาน TECHBITE Energy Demo Day by Bangchak Group & KX เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ณ ตึก Pegasus, ทรูดิจิทัล พาร์คที่ผ่านมา ดำเนินการโดย ดร. พนิต กิจสุบรรณ ผู้อำนวยการ Industrial Bioprocess Innovation Group (IBIG) Eastern Economic Corridor of Innovation (EECi) และได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิจากทั้งภาคอุตสาหกรรม การศึกษา และนักลงทุนเพื่อร่วมกันหาแนวทางและโอกาสสำหรับ Startup ในการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมพลังงาน อันได้แก่

  • ดร. ภัทรชาติ โกมลกิติ, รักษาการ CEO, KX Knowledge Exchange มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
  • คุณ นฤพรรณ สุธรรมเกษม, รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานยุทธศาสตร์และพัฒนาธุรกิจใหม่, บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
  • คุณ ธนพงษ์ ณ ระนอง, กรรมการผู้จัดการ, บริษัท Beacon Venture Capital จำกัด
  • คุณ เพชร วรรณิสสร, หัวหน้าฝ่ายการเงินร่วมลงทุนองค์กร, บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)
  • คุณ ชยุตม์ จัตุนวรัตน์, กรรมการผู้จัดการกองทุน, บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด

แนวโน้มพลังงานในอนาคต: ความท้าทายของปริมาณและการเปลี่ยนผ่าน

 คุณ นฤพรรณ สุธรรมเกษม จาก บางจาก ได้ฉายภาพทิศทางอุตสาหกรรมพลังงาน โดยเน้นย้ำว่า แม้จะมีเทคโนโลยีใหม่เข้ามาช่วย แต่ความต้องการพลังงานโลกกลับ เพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันมีการใช้พลังงานอยู่ที่ 327 ล้านบาร์เรลต่อวัน และคาดว่าจะโตขึ้นไปที่ 372 ล้านบาร์เรลต่อวัน (ข้อมูลจาก Exon Mobile) หรือ 351 ล้านบาร์เรลต่อวัน (ข้อมูลจาก IEA State Case) ซึ่งหมายความว่า พลังงานยังคงอยู่กับเราไปอีกอย่างน้อย 20–26 ปีข้างหน้า

ปัจจุบันเชื้อเพลิงฟอสซิลยังคงมีสัดส่วนสูงถึง 81% โดย IEA คาดการณ์ว่าแม้มีการเปลี่ยนผ่าน แต่สัดส่วนฟอสซิลก็จะยังคงอยู่ที่ 58% สำหรับพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) นั้น แม้ IEA จะมองว่าอาจเติบโตถึง 3 เท่า แต่ในความเป็นจริงเราต้องการการเติบโตถึง 17 เท่า เพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านอย่างแท้จริง สิ่งที่ยังขาดคือ โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) และเทคโนโลยีระบบกริต

บางจากจึงมองหา Alternative Energy ที่ยั่งยืนและง่ายต่อการขนส่งในรูปแบบของเหลว (liquid form) เช่น SAF (Sustainable Aviation Fuel) หรือผลิตภัณฑ์ฟอสซิลที่เปลี่ยนรูปแบบให้มีคาร์บอนต่ำอย่าง B24 นอกจากนี้ ยังมองหา นวัตกรรม ด้าน Digital Transformation และเทคโนโลยีที่จะช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพพลังงาน (Energy Efficiency) เพราะการลดการใช้พลังงานลงเพียง 10% มีค่าเท่ากับการลงทุนใน Renewable

 

บทบาทของสถาบันการศึกษาและการสร้างสะพานนวัตกรรม

ดร. ภัทรชาติ โกมลกิติ จาก KX ชี้ว่า ประเทศไทยมักนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศซึ่งทำให้มีต้นทุนสูง แต่เทคโนโลยีเหล่านี้มีจุดเริ่มต้นมาจากห้องแล็บในมหาวิทยาลัย ดังนั้น บทบาทของสถาบันการศึกษาจึงไม่ควรจำกัดแค่การพัฒนาคน (Human Resource) แต่ต้องพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ประเทศด้วย

KX พยายามสร้างกลไก Quadruple Helix (การประสานงานระหว่างภาครัฐ Corporate สถาบันการศึกษา และผู้บริโภค) และทำหน้าที่เป็น “สะพาน” เชื่อมระหว่างนักวิจัย/อาจารย์ (ที่เก่งทฤษฎีแต่ทำธุรกิจไม่เป็น) กับโลกธุรกิจ เพื่อให้เทคโนโลยีสามารถถูกนำมาประยุกต์ใช้และสร้างผลงานจริง

 

กลยุทธ์การลงทุนของ VC และ CVC: AI และความร่วมมือ

 คุณ ธนพงษ์ ณ ระนอง จาก Beacon VC กล่าวว่า Energy เป็นสิ่งจำเป็น (Utility) ต่อการดำรงชีวิตและเป็นปัจจัยสำคัญในการลดคาร์บอน โดยการลดพลังงานมีผลกระทบสูงที่สุดต่อการลดคาร์บอนในทุก Scope นอกจากนี้ AI กำลังจะกลายเป็น Utility แห่งอนาคต ซึ่งการเติบโตของ AI ต้องการ Data Center ที่บริโภคพลังงานสูงและต้องใช้ Clean Energy จึงเป็นแรงขับเคลื่อนดีมานด์มหาศาลสำหรับ Energy Tech

การลงทุนใน Deep Tech/Energy Tech แตกต่างจาก Startup ทั่วไป เพราะใช้เวลาและเงินทุนสูงกว่า Beacon VC มองว่ารูปแบบการทำงานที่ถูกต้องคือการสร้าง Ecosystem ที่เกื้อหนุนกัน โดยที่ Corporate (CVC) เข้ามาหาโจทย์และช่วยใช้ผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่การที่ตัวเล็กมาดิสรัปต์ตัวใหญ่ ตัวชี้วัดสำคัญของ Startup ที่นักลงทุนมองหาคือ CAC (Customer Acquisition Cost) กับ LTV (Lifetime Value) ที่ต้องแสดงให้เห็นว่าสามารถทำกำไรในอนาคตได้

 

คุณ เพชร วรรณิสสร จาก บ้านปู เน็กซ์ อธิบายว่า ในฐานะ CVC บ้านปูเน้นการลงทุนที่ให้ทั้ง Financial Return และ Strategic Return (อย่างละครึ่ง) โดย Strategic Return คือการนำไปสู่ความร่วมมือ (Collaboration) หรือ Joint Venture ที่สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น การใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กร หรือการลงทุนในบริษัทที่เข้ามาเสริมโหลดให้กับ Data Center (เช่น Fuel Cell หรือ Battery) นอกจากนี้ บ้านปูยังมอง Startup เสมือน “กองทัพ” ที่จะช่วยผลักดันพลังงานสะอาด เพื่อให้ไทยและอาเซียนสามารถไล่ตามเทคโนโลยีจากยุโรปและอเมริกาได้

 

เมื่อเทคโนโลยีพลังงานเปลี่ยนไป รัฐต้องปรับบทบาท

 คุณ ชยุตม์ จัตุนวรัตน์ จาก อินโนพาวเวอร์ เน้นถึงเทรนด์ Digital Energy และความปั่นป่วนของระบบพลังงาน การเพิ่มขึ้นของพลังงานหมุนเวียน (เช่น โซลาร์ ที่ควบคุมไม่ได้) และการที่ผู้บริโภคกลายเป็นผู้ผลิต (Solar Roof, EV) ทำให้คนที่อยู่ตรงกลาง (Transmission/Grid) ต้องใช้ Digital Technology และ AI เข้ามาจัดการ Supply และ Demand อย่างซับซ้อน

คุณชยุตม์ชี้ว่า ทางออกที่เราเลือก (Cleantech) มักจะสร้าง “ปัญหาใหม่ ๆ” ต่อไปเรื่อย ๆ เช่น การทำให้โซลาร์มีประสิทธิภาพขึ้น หรือทำให้ EV ไม่รบกวนกริต ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับ Startup ไทยที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้

ความคาดหวังต่อ ภาครัฐ คือการสร้างช่องว่างให้ Startup เข้าไปทดสอบทดลอง เช่น Regulatory Sandbox หรือพื้นที่ทดลองขนาดเล็ก และการแก้ไขปัญหาการเข้าถึง Data ด้านพลังงาน (โดยต้องบาลานซ์กับเรื่อง Energy Security) เพื่อให้ Startup สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้

 

บทสรุป: ความร่วมมือและการสร้าง Ecosystem

คุณ นฤพรรณ (บางจาก) สรุปว่า รูปแบบความร่วมมือที่เหมาะสมที่สุดคือ Strategic Partnership ที่สามารถสร้าง “Unfair Synergy” และ Value/Scale ร่วมกัน โดยกลไกสำคัญที่สุดในการขยายธุรกิจและตอบโจทย์อนาคตคือ ความร่วมมือกับภาครัฐ (Private Partnership) บางจากมีวัฒนธรรม “Evolving Innovation” ที่เชื่อว่านวัตกรรมต้องสร้างประโยชน์ต่อบริษัท ผู้บริโภค ประเทศ และโลก

วิทยากรทุกท่านเห็นพ้องต้องกันว่า การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานต้องการปัจจัยสำคัญสองประการ คือ วิสัยทัศน์ที่เหมาะสมและ ความร่วมมือ เพื่อสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ของธุรกิจที่เกิดใหม่ร่วมกันอย่างยั่งยืน

 

Interested in the TECHBITE Incubator program or potential collaboration? Contact us at:

Email: [email protected]

Phone: +66 2 470 7906

Website: www.kxinnovation.com